For roman characters' lyrics of "Subaru", go to my previous post here

Saturday, December 29, 2007

Self-Practice, Mind Practice


The guy who beat me in the Final
Originally uploaded by nashara.
วันนี้มีโอกาสเรียนเดี่ยวกับเซนเซหลายชม. หลายวิชา หลายอาวุธด้วยกัน
ซึ่งล้วนแล้วเป็นวิชาของซามูไรโบราณ ที่ไม่ใช่ contact sports ที่สู้กันแบบปะทะตัวต่อตัวเหมือน spochan

แต่เซนเซก็ให้เอาดาบสั้นของ spochan มาด้วย เพื่อจะสอน kata ของสำนักให้
เลยถือโอกาสกึ่งถามกึ่งบอกเซนเซว่า ปีนี้ไม่มีโอกาสฝึกสู้กับใครเลย

คือจริง ๆ แล้วอยากจะไปเอาหน้ากากมาขอให้เซนเซฝึกให้ แต่ก็เกรงใจ
เพราะตามหลักแล้วลูกศิษย์จะไม่ขอ ต้องแล้วแต่อาจารย์ แต่เซนเซก็ดูเหมือนจะรู้

ที่น่าสนใจก็คือ เซนเซบอกว่าไม่ต้องไปเอาหน้ากาก ให้ฝึกแค่ภายในก้าวขาก้าวเดียวนี่แหละ เริ่มจากท่ายกดาบเหนือหัว แค่พยายามตีข้อมือข้างที่ถือดาบเซนเซให้ได้ก็พอ ไม่ต้องตีที่อื่น

เป็นการฝึกที่น่าสนใจและไม่เคยคิดมาก่อน ว่าเพียงแค่นี้ก็จะทำได้มากมาย
แต่เป็นเพราะว่าเป็นเซนเซ ถึงทำได้ ผลลัพธ์ก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่สามารถ
ตีถูกเซนเซได้เลย แต่ในขณะเดียวกัน ก็โดนตีสวนกลับมาเสียไม่เป็นผู้เป็นคนหลายจุด แถมเซนเซยังสอนให้เห็นโดยไม่ต้องพูดอีกว่า เราเปิดจุดว่างตรงไหนอีกบ้าง มีแกล้งตีเฉี่ยวหน้าด้วย หวาดเสียวดีมาก เพราะไม่มีหน้ากากคอยกัน เสียงลมจากดาบเซนเซวืดผ่านหน้าผากไปลมแทบใส่ ต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก เพราะจริง ๆ ถ้าเซนเซจะฟาดให้โดนจริง ๆ ก็ได้ แต่นั่นทำท่าจะตีเฉย ๆ แบบสั่งสอน เพื่อให้รู้ว่าไม่มีสติอีกแล้ว

จากนั้นเซนเซก็บอกว่าให้หัดฝึกเองคนเดียว คราวนี้งงเลย ฝึกสู้กับใครล่ะนี่คนเดียว สักพักถึงเข้าใจว่า เซนเซหมายถึงให้ลองคิดสถานการณ์ดูเองคนเดียวนั่นเอง จริง ๆ แล้วคิดไปคิดมามันก็เหมือนหนังจีนกำลังภายใน ที่คนฝึกวิทยายุทธฝึกเองคนเดียวในท่าต่าง ๆ แต่เซนเซดูเหมือนจะอ่านใจเราออกตอนบอกว่า ไม่ใช่ทำแค่ท่าเฉย ๆ เป็นใคร ๆ ก็ทำได้ แต่ฝึกคนเดียวนั้นใช้ใจ คือสมมติว่าเขาตีมาอย่างนี้จะทำอย่างไร อย่างนี้เป็นต้นนั่นเอง

จะว่าไปแล้วนั่นคือจุดอ่อนของเรา จริง ๆ อยากจะโทษว่าเป็นเพราะไม่ค่อยจะมีประสบการณ์การเรียนแบบมีคู่ต่อสู้ แต่จริง ๆ แล้วเราก็เคยไปอยู่ญี่ปุ่นมาแล้ว ๓ เดือนนี่นา ตอนนั้นก็มีุรุ่นพี่ร่วมสำนักมากมาย ไหนจะทาบูจิเซนเซอีก นั่นคือระดับปรมาจารย์แล้ว และภรรยาท่านก็แชมป์โลกด้วย จุดอ่อนของเราคือไม่มีจิีนตนาการในการฝึกคนเดียวนั่นเอง คือไม่สามารถมองคู่ต่อสู้มาจากอีกมุมหนึ่งได้แบบ ๓๖๐ องศา ซึ่งเรารู้สึกว่าเซนเซทำตรงนี้ได้ คล้าย ๆ กับว่าจะรู้ว่า คนเรามักจะบุกมาลักษณะไหน ๆ บ้าง ตีมาแนวไหน และลักษณะการโต้ตอบแบบฉับพลันทันที เหมือนกับไม่ต้องมอง ไม่ต้องคิดนั้น ทำยังไง อารมณ์คล้าย ๆ เวลาเฟเดอเรอร์รับลูกเสิร์ฟรอดดิคที่เร็วจนมองไม่ทัน แต่ใช้สัญชาตญาณและฝีมือรับ

ที่แน่ ๆ เรายังไม่เคยพัฒนาไปจนถึงขั้นตีเซนเซในการฝึกแบบนี้ได้เลย ถ้าแบบสู้ครบยก ครบสูตร อาจมีลูกฟลุคบ้าง เซนเซบอกว่าแล้วแต่โชค (ใจร้าย)
แต่ถ้าฝึกแบบวัดใจ วัดฝึมือล้วน ๆ แบบยืนห่างกันหนึ่งช่วงดาบแล้วกำหนดจุดตีอย่างนี้ ยิ่งแถมไม่มีหน้ากากด้วย เราไม่มีทางตีถูกเลยสักครั้ง เซนเซหลบได้หมด แถมเราโดนตีกลับน่วมอีก ไม่คุ้มเลยจริง ๆ แฮะ

สรุปสิ่งที่เรียนรู้วันนี้คือ กลับไปฝึกคนเดียวเพิ่มใหม่อีกอย่าง คือ ไม่ใช่ฝึกเทคนิคท่าทางอย่างเดียวแล้ว แต่ต้องฝึกนึกภาพคู่ต่อสู้ในจินตนาการด้วย ไม่ว่าเขาจะมาท่าไหนในจินตนาการต้องรับได้หมด หรือ หลบได้หมด
และสวนกลับได้หมดด้วย

ว่าแต่ว่า จะเริ่มต้นตรงไหนนี่?

This page is powered by Blogger. Isn't yours?